หรือว่าเพราะศิลปะ...จึงนำพาให้เรามารู้จักกัน

   

พี่แก้ว: รูปวาดประกอบโดยพี่กุ๊ก พรภัทร์  

 

   

 พี่กุ๊ก: รูปวาดประกอบโดยคุณแป้ง ภัทรีดา

 

...

 

 เอ็นทรี่นี้ขอไม่เขียนถึงช้างนะครับ แต่ขอเขียนถึงคู่รักที่น่ารักคู่หนึ่งที่ผมอยากเขียนถึง

คู่รักคู่นั้นก็คือพี่กุ๊กกับพี่แก้ว... พี่กุ๊กกับพี่แก้วอาจจะไม่ใช่คู่รักดาราที่ใครๆหลายคนรู้จัก

แต่เป็นคู่รักที่ชื่นชอบศิลปะด้วยกันทั้งคู่ พี่กุ๊กชอบวาดรูป ส่วนพี่แก้วก็ชอบดูงานศิลปะ

และที่สำคัญผมเพิ่งรู้มาว่าพี่ทั้งสองเป็นคู่รักที่ไม่ธรรมดาเลย  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมรู้แต่เพียงว่า

พี่ๆเขาเป็นคู่รักที่ชื่นชอบศิลปะ...    ครั้งแรกที่ผมรู้จักพี่ๆเขาก็เพราะครั้งหนึ่ง

พี่กุ๊กได้มาเขียนคอมเม้นท์ที่บล็อก ช.ช้างแห่งนี้ ทั้งๆที่พี่ๆเขาไม่ได้เขียนบล็อกเอ็กทีน จำไม่ได้ว่า

เป็นเอ็นทรี่อะไร หลังจากนั้นผมก็รู้มาว่าพี่กุ๊กทำงานอยู่ที่เจ แกลลอรี่

ส่วนพี่แก้วก็รู้แค่เพียงว่าเป็นแฟนพี่กุ๊ก...

 

และเมื่อมีการจัดงานแสดงนิทรรศการศิลปะที่เจ แกลลอรี่เมื่อไหร่ ผมมักจะเขียนประชาสัมพันธ์

ให้เพื่อนๆในเอ็กทีนรับรู้ก่อนสื่ออื่นๆเสมอ  ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีของผมที่ได้รับบัตรเชิญดูงาน

นิทรรศการศิลปะจากพี่ๆเขาโดยตรง  ทั้งๆที่ตัวผมอยู่ ตจว.ห่างไกลจากกรุงเทพฯหลายร้อยกิโล

แน่นอนว่ากว่าจะหาโอกาสไปดูงานก็คงมีน้อย  ต้องมีเวลาไปจริงๆ แต่พี่ๆเขาก็ยังส่งบัตรเชิญมาให้ 

และที่สำคัญผมได้มีโอกาสเขียนโปสการ์ดถึงพี่ๆเขาด้วย...

เพราะถึงอย่างไรมีเพียงชื่อเล่นกับที่อยู่ที่บ้านบวกกับแสตมป์ 1 ดวง... โปสการ์ดก็ไปถึงเสมอ

...

...

      จนเมื่อผมสมัครเฟชบุ๊ค และแอดถึงกัน ก็เลยทำให้ผมรู้ว่าพี่ๆเขาไม่ธรรมดาเลย

จากที่ผมคิดไว้ว่าพี่กุ๊กเป็นคนที่ทำงานใน เจ แกลลอรี่ แท้จริงแล้วพี่กุ๊กเป็นเจ้าของแกลลอรี่ 

ส่วนพี่แก้วก็รู้ภายหลังว่าเป็น CEO ธุรกิจโรงภาพยนตร์ และศูนย์การค้าอีกหลายแห่ง   

เซอร์ไพรส์มาก!...โปสการ์ดใบต่อไปที่จะเขียนถึงพี่ๆเขา จะเขียนยังไงดีนะ ? 

...

...

แต่ก็เถอะ ยังไงผมก็แอบปลื้มคู่ของพี่กุ๊กกับพี่แก้วไม่น้อย ในฐานะคนที่ชอบศิลปะเหมือนกัน 

 

...

 ขอยกเอาบทสัมภาษณ์เก่าๆของพี่แก้ว ที่ค้นเจอจากอินเตอร์เนตมาให้อ่านกันครับ

 

นพพร วิฑูรชาติ “ด้วยประสบการณ์และมุมมองของผู้ใหญ่ ผสานกับการเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ

 น่าจะทำให้คนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นภายใต้อิทธิพลของศิลปวัฒนธรรมที่ดี”

หนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังศูนย์บันเทิงเชิงศิลป์ (Arte-tainment) เอสพละนาด

 ศูนย์การค้าที่ผสมผสานระหว่างศิลปะและความบันเทิง

ในรูปแบบที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน

คือ นพพร วิฑูรชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

นักธุรกิจผู้มีใจรักในงานศิลปะนำทั้งความฝันและความจริงในอาชีพมาผสมผสานเป็นรูปร่างอย่างลงตัว

 

 “ด้วยความคิดว่าศิลปะสามารถอยู่ใกล้ชิดกับเราในชีวิตประจำวันได้ ผมก็เลยนำคอนเซ็ปต์มาทำเอสพละนาด

 คือว่าเป็นแหล่งบันเทิงเชิงศิลป์ เราอยากให้เป็นที่ที่คนมาเสพศิลปะได้อย่างไม่รู้สึกว่าศิลปะเป็นเรื่องไกลตัว

หรืออยากเกินกว่าจะเข้าใจ เอสพละนาดจึงเป็นแหล่งรวมของงานศิลปะ

 อย่างภาพยนตร์ที่เรามีโรงภาพยนตร์เอสพละนาดซีนีเพล็กซ์ ถึง 12 โรง

 ซึ่งไม่ใช่จะฉายเฉพาะหนังที่น่าจะฮิตและทำเงิน แต่ลองสังเกตดูเราจะมีภาพยนตร์ดีๆ

ที่อาจจะไม่ค่อยมีฉายที่โรงอื่นมาลงที่นี่เป็นประจำ นอกจากนี้ก็ยังมีโรงละครรัชดาลัยเธียเตอร์

ซึ่งเปิดโอกาสให้คนไทยมีโอกาสแสดงฝีมือในงานละคร หรืออาจรวมไปถึงงานดนตรีอื่น ๆ

 

“และเพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่อาจชอบงานศิลป์ที่แตกต่างออกไป

หรืออาจต้องการงานศิลปะที่ผสมผสานมากับความรู้สึกสนุกสนาน

เอสพละนาดจึงมีไอซ์สเกต ที่เป็นการผสานกีฬาเข้ามา Performing art

 เป็นกีฬาที่ให้ความสวยงามและสนุกสนาน ในอนาคตก็อาจจะเป็น

งานศิลปะรูปแบบอื่น ๆ เพิ่มเติมมากขึ้นที่เอสพละนาดอีกก็ได้”

 

“ธุรกิจบันเทิงเชิงศิลป์ทำให้คนกล้าและพร้อมที่จะก้าวเข้าหางานศิลปะมากขึ้น

 เพราะเขารู้ว่างานศิลปะมีความพร้อมที่จะเปิดกว้างรับความคิดใหม่ ๆ ของสิ่งที่เรียกว่างานศิลปะ

และเป็นศิลปะที่ให้ความสนุกสนานมากขึ้น

“ศิลปะเป็นสิ่งที่จรรโลงมนุษย์นะครับ เหมือนกีฬาที่มีแต่คุณประโยชน์

ศิลปะกับกีฬาเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ต่อชีวิตคน...ในแง่ที่แตกต่างกันแต่เสริมส่งซึ่งกันและกัน

คนที่ชอบงานศิลปะคนที่ชอบกีฬา จะทำให้คนใช้เวลาที่มีอยู่อย่างสร้างสรรค์ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

 

“สำหรับบางคนแรกๆ อาจจะถูกดึงดูดด้วยความบันเทิงมากกว่า

 แต่สักพัก เมื่อเขาได้เข้ามาสัมผัสถึงเสน่ห์ของงานศิลปะ เขาจะมองงานศิลปะในแง่ที่เปลี่ยนไป

เขาจะมีโอกาสเรียนรู้ เข้าใจ และชื่นชมกับศิลปะหลากหลายแขนงมากขึ้น

 

“ด้วยประสบการณ์และมุมมองของผู้ใหญ่ ผสานกับการเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ

น่าจะทำให้คนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นภายใต้อิทธิพลของศิลปวัฒนธรรมที่ดี

อาจจะไม่เหมือนเดิมทั้งหมด แต่การผสานสิ่งใหม่ ๆ เข้ากับสิ่งที่มีคุณค่าอยู่เดิม

น่าจะทำให้ศิลปวัฒนธรรมทั้งหลายเจริญเติบโตงอกงามได้ดียิ่งขึ้น...มิใช่หรือ”

 

ที่มา : http://www.artbangkok.com/main/detailcontent.php?sub_id=321

 

พี่แก้ว : นพพร วิฑูรชาติ .  พี่กุ๊ก : พรภัทร์ วิฑูรชาติ

 

...

changton

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อ้ะ

รู้สึกดีจัง อิอิ

#1 By littlebear on 2009-11-14 20:26

ศิลปะยืนยาวววว
ชีวิตนั้นสั้นกว่านักเนาะ
big smile

#2 By Katuar on 2009-11-14 20:28

ไลฟ์สไตล์ตรงกันconfused smile

#3 By wesong on 2009-11-14 21:48

กลิ่นหอมความรักลอยฟุ้งเตะจมูกbig smile

#4 By โลกมืด on 2009-11-15 03:38

อาจเกิดจาก


พรหมลิขิต

big smile

#5 By tae_moship on 2009-11-15 10:47

อยากโชคดีแบบคู่พี่เค้าบ้างangry smile



*ปอนด์ได้โปสการ์ดแล้วนะคะ..สวยมาก..ขอบคุณมากค่ะbig smile

#6 By TaNYa ~ PoNd on 2009-11-15 11:04

“ศิลปะเป็นสิ่งที่จรรโลงมนุษย์นะครับ เหมือนกีฬาที่มีแต่คุณประโยชน์" อา ประโยคนี้ทำให้รู้สึกชีวิตมีความสุขขึ้นจังเลย

#7 By Wpotion & Saymonica on 2009-11-15 15:10

ถูกต้องแล้วคร้าบบ ภาษานอวีเจี้ยนค่ะ คล้ายกับeng. เกี่ยวกับการวิจัยทางวิทย์กับมนุษย์ให้คนเรา%B

#8 By on 2009-11-16 00:43

ถูกต้องแล้วคร้าบบ ภาษานอวีเจี้ยนค่ะ คล้ายกับeng. เกี่ยวกับการวิจัยทางวิทย์กับมนุษย์ให้คนเรารักกันน่ะคุณช้างต้น เหมือนอย่างเอ็นทรี่นี้ศิลปะ,ศิลปินก็ทำให้คนรักกัน รักภาพรักเสียงเพลง สวัสดียามดึกค่ะ. ช้ามากเนทอีกครั้งขอโทษนะ.big smile

#9 By on 2009-11-16 00:45

big smile ซึ้ง

#10 By finch on 2009-11-18 04:32